บทความ
1. โนรา หรือ มโนห์รา (เขียนเป็น มโนรา หรือ มโนราห์ ก็ได้) เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่สืบ ทอดกันมานานและนิยมกันอย่างแพร่หลายใน ภาคใต้ เป็นการละเล่นที่มีทั้งการร้อง การรำ บางส่วนเล่นเป็นเรื่อง และบางโอกาสมีบางส่วน แสดงตามคติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรม โนรา เป็นศิลปะพื้นเมืองภาคใต้เรียกว่า โนรา แต่ คำว่า มโนราห์ หรือ มโนห์รา นั้น เป็นคำที่เกิด ขึ้นมาเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยการนำเอา เรื่อง พระสุธน-มโนราห์ มาแสดงเป็นละครชาตรี จึงมีคำเรียกว่า มโนราห์ ส่วนกำเนิดของโนรานั้น สันนิษฐานกันว่าได้รับอิทธิพลจากการ ร่ายรำของอินเดียโบราณก่อนสมัยศรีวิชัย ที่มา จากพ่อค้าชาวอินเดีย สังเกตได้จากเครื่องดนตรีที่ เรียกว่า เบ็ญจสังคีตซึ่งประกอบโหม่ง ฉิ่ง ทับ กลอง ปี่ ใน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีโนรา และท่ารำของโนรา อีกหลายท่าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับการร่ายรำของ ทางอินเดีย และเริ่มมีโนราเป็นกิจลักษณะขึ้นเมื่อ ประมาณปี พุทธศักราชที่ ๑๘๒๐ ซึ่งตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้น
เชื่อกันว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกที่ หัวเมืองพัทลุง ปัจจุบันคือ ตำบล บางแก้ว จังหวัด พัทลุง แล้ว แพร่ขยายไปยังหัวเมืองอื่นๆของภาคใต้ จน ไปถึงภาคกลาง และกลายเป็นละครชาตรี และจังหวะ ตะลุง ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดนี้ โนรา เกิดขึ้นในราชสำนักของพัทลุงซึ่งมีตำนานเล่า กันมาว่า เจ้าเมืองพัทลุง มีชื่อว่า พระยา สายฟ้าฟาด มีลูกสาวที่ชื่อ ศรีมาลา ซึ่ง มีความสามารถในการร่ายรำมาก ได้เกิดตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน เชื่อกันว่า เป็นท้องกับเทวดา พระยาสายฟ้าฟาดเห็นดัง นั้นก็โกรธมาก สั่งให้นำนางศรีมาลาไป ลอยแพในทะเล ( คือ ทะเลสาปสงขลา) และ แพได้ไปติดที่เกาะใหญ่ นางศรีมาลาก็ ได้ให้กำเนิดลูกชาย โดยตั้งชื่อว่า เทพสิงหล ซึ่งมีนัยความว่า ลูกของเทวดา นางศรีมาลา ได้ฝึกให้เทพสิงหลฝึกร่ายรำ ซึ่งเทพสิงหล ก็สามารถร่ายรำได้สวยงามมาก และร่ายรำ มีชื่อเสียงมากที่เกาะใหญ่ จนรู้ไปถึง หูพระยาสายฟ้าฟาด ซึ่งพระยาสายฟ้า ฟาดก็ยังไม่รู้ว่าหลานตัวเอง ก็ได้ เชิญไปรำในราชสำนัก ฝ่ายนางศรีมาลานั้น ก็น้อยเนื้อต่ำใจเมื่อครั้งที่ถูกลอยแพ ก็บอกกับคนที่มาติดต่อว่า โนราคณะ นี้จะไปรำได้ แต่ต้องปูผ้าขาวตั้ง แต่ริมฝั่งที่ลงจากเรือจนไปถึงตำหนัก พระยาสายฟ้าฟาดก็ตอบตกลง ดังนั้น เทพสิงหลจึงไปรำในราชสำนัก เทพสิงหลรำ ได้สวยงามมาก จนพระยาสายฟ้าฟาดก็ ตกตะลึงในความสวยงาม จึงถอดเครื่องทรงที่ ทรงอยู่ให้กับเทพสิงหล แล้วบอกว่า "เครื่อง แต่งกายกษัตริย์ชุดนี้มอบให้เป็นเครื่องแต่งกาย ของโนรานับแต่นี้เป็นต้นไป" เทพสิงหลจึง บอกว่าแท้จริงแล้วเป็นหลานของพระยาสาย ฟ้าฟาด พระยาสายฟ้าฟาดจึงรับโนราไว้ ในราชสำนักและให้สิทธิแต่งกายเหมือนกษัตริย์ทุก ประการ
2. มโนราห์ หรือ ที่เราเรียกสั้นๆว่า โนรา เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้โดยเฉพาะมีท่ารำที่ อ่อนช้อย สวยงาม บทร้องที่ใช้เป็นกลอนสด ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ สรรหาคำให้สัมผัสกันได้อย่างฉับไว มีความหมายทั้งบทร้อง ท่ารำและเครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีจะประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่ง โหม่ง ปี่ชวาและกรับ ในปัจจุบันนี้มีการพัฒนานำเอาเครื่องดนตรีสากลมาเข้าร่วมด้วย แต่เดิมนิยมใช้ผู้ชายล้วนแสดง แต่ปัจจุบันมีผู้หญิงเข้าไปแสดงด้วยเครื่องแต่งกาย
เมื่อเวลา 00.20 น.วันที่ 20 ส.ค. พ.ต.ท.อุทิศ อดทน สารวัตรเวรสอบสวน สภ.นาหม่อม จ.สงขลา รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 3 ศพ ที่บ้านเลขที่ 129 หมู่3 บ้านพรุเมา ต.พิจิตร จึงรุดไปที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวพบศพผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านรวม 3 ศพ ทราบชื่อนายเปลื้อง จันทร์เนียง อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 10 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา หรือที่รู้จักกันในนามของโนราเปลื้อง ครู มโนราห์ชื่อดังของจ.สงขลา และในภาคใต้ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่บริเวณลำตัวรวม 4 นัด ใกล้กันมีร่างของ นางปราณี หารเทา อายุ 50 ปี และนางพริ้ม ศิริรัตน์ อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ศีรษะและลำตัว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่ 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ภายในบ้านยังมีเครื่องประกอบพิธีร่างทรงมโนราห์วางอยู่ และมีเต็นท์พิธีที่หน้าบ้านอีก 1 หลัง
สอบสวนทราบว่าขณะเกิดเหตุ มโนราห์เปลื้อง ได้มาทำพิธีถอนการเข้าทรงมโนราห์ที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านของ นางรัชดา เพชรสกุล อายุ 50 ปี หลังจากที่ได้ทำพิธีเข้าทรงมโนราห์มาตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยให้กับเจ้าของบ้านและชาวบ้านใกล้เคียง โดยมี นางพริ้ม และนางปราณี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ช่วยเป็นพี่เลี้ยงมโนราห์ แต่หลังจากที่ทำพิธีเสร็จและชาวบ้านแยกย้ายกันกลับเหลือเพียงผู้เสียชีวิตทั้งสามคนและเจ้าของบ้าน ได้มี นายอภินันท์ เพชรสกุล อายุ 30 ปีลูกชายเจ้าของบ้านเดินถือปืนเข้ามายิงใส่ทั้งสามคนแบบเรียงตัวจนเสียชีวิต โดยมีสาเหตุมาจากการไม่พอใจที่มโนราห์เปลื้อง มาทำพิธีที่บ้านเพราะคิดว่าเป็นการหลอกเอาเงินและเป็นเรื่องงมงาย และก่อนหน้านี้ได้สั่งให้หยุดทำพิธีแต่ไม่มีใครฟังยังคงมีการเข้าทรงมโนราห์ต่อไป และคืนเกิดเหตุเป็นคืนสุดท้ายซึ่งเป็นการถอนพิธีทรง นายอภินันท์ ซึ่งเดินทางกลับมาจากบ้านพักที่จ.สตูล และมีอาการเครียดมาหลายวันจึงบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปยิงมโนราห์เปลื้อง พร้อมพี่เลี้ยงอีก 2 คนจนเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนที่หลบหนีไป ซึ่งตำรวจกำลังติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
ยิงเผาขน3ศพโนราเปลื้องล้มพิธีร่างทรง คลั่งงมงายหลอกเงินสั่งให้เลิกไม่มีใครเชื่อหมายจับลูกเจ้าบ้าน ลูกชายเจ้าของบ้านคลั่ง จ่อยิงเผาขน โนราเปลื้อง มโนราห์ชื่อดังปักษ์ใต้พร้อมพี่เลี้ยง 3 ศพคาพิธีเข้าทรง เหตุเข้าใจผิดคิดว่างมงายและมาหลอกเงิน ล่าสุดศาลออกหมายจับแล้ว ขณะที่ญาติเร่งประสานมอบตัวโดยเร็ว เชื่อแค่อารมณ์ชั่ววูบและไม่มีเหตุขัดแย้งใดๆ เมื่อเวลา 00.20 น.วันที่ 20 ส.ค.52 พ.ต.ท.อุทิศ อดทน สารวัตรเวรสอบสวน สภ.นาหม่อม จ.สงขลา รับแจ้งมีเหตุยิงกันตาย 3 ศพ ที่บ้านเลขที่ 129 หมู่ 3 บ้านพรุเมา ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพศาล ศักดิ์สุนทรศิริ ผกก. และเจ้าหน้าที่วิทยาการ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพผู้เสียชีวิตนอนเรียงรายอยู่บริเวณหน้าบ้านรวม
3 ศพ ประกอบด้วย นายเปลื้อง จันทร์เนียง อายุ 75 ปี หรือมโนราห์เปลื้อง ครูโนราชื่อดังของ จ.สงขลา และภาคใต้ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่บริเวณลำตัวรวม 4 นัด ใกล้กันมีร่างของนางปราณี หารเทา อายุ 50 ปี และนางพริ้ม ศิริรัตน์ อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ศีรษะและลำตัว พบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่ 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ภายในบ้านยังมีเครื่องประกอบพิธีร่างทรงโนราวางอยู่ และมีเต็นท์พิธีที่หน้าบ้านอีก 1 หลัง จากการสอบสวนทราบว่าขณะเกิดเหตุโนราเปลื้อง ได้มาทำพิธีถอนการเข้าทรงโนราที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านของนางรัชดา เพชรสุวรรณ อายุ 50 ปี หลังจากที่ได้ทำพิธีเข้าทรงโนรามาตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา
